(ตอนที่ 3)ชนะใจคนง่ายๆ ด้วยเทคนิคเจาะลึกถึงสมองทั้ง 3 ส่วน…เพิ่มสติ และสตางค์ด้วยการกระตุกสมองส่วนหน้า

เคย

ไหมครับ ที่วางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างดี ว่าจะต้องทำ ต้องซื้อ หรือต้องไม่ทำ ต้องไม่ซื้ออะไร แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถที่จะทำตามที่ตั้งใจ และวางแผนไว้ได้ จนเสียการงาน ความเชื่อมั่นจากเพื่อน ลูกน้อง ลูกค้า รวมไปถึงเสียเงินในกระเป๋าไปแบบที่ต้องมานั่งเคาะหัวตัวเองเมื่อเห็นรายการที่ต้องจ่ายบัตรเครดิตตอนสิ้นเดือน
ทำไมคนเรา ถึงมีความรู้ แต่เอาตัวไม่รอด!!!
แล้วเราจะยังต้องตัดสินใจผิดพลาดในเรื่องที่ไม่ควรพลาดอีกหรือไม่
เพียงแค่เราได้รู้ในเรืองต่อไปนี้ มั่นใจได้ว่า “สติ และสตางค์จะเพิ่มขึ้น”
นั่นก็คือเรื่องของ
“สมองส่วนสัญชาตญาณ(Instinct/Inner/Reptilian Brain) สมองส่วนอารมณ์(Emotional/Middle/Limbic Brain) ที่ชอบเข้ามาก้าวก่าย แย่งการทำงานของสมองส่วนหน้า(Outer/Logical/Frontal Brain) ที่มีหน้าที่ในการวางแผน ตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุ และผลอยู่ตลอดเวลานั่นเอง!!!

Continue reading “(ตอนที่ 3)ชนะใจคนง่ายๆ ด้วยเทคนิคเจาะลึกถึงสมองทั้ง 3 ส่วน…เพิ่มสติ และสตางค์ด้วยการกระตุกสมองส่วนหน้า”

โหดสุส…3 กลไกดึงผีร้ายออกมาจากสมองของคุณ

ตลอดระยะเวลาเกือบ 7 ปีที่ผมได้มีโอกาสเล่น Social Network(SoN)มา ได้มองเห็นถึงสิ่งที่ SoN ได้ส่งผลต่อพฤติกรรมของคนไทยอย่างมากมาย ทั้งในเรื่องของความคิด วิธีคิด อารมณ์ และพฤติกรรม
ย้อนกลับไปคนไทยในสมัยก่อนมี SoN คนไทยเป็นคนขี้อาย ขี้เกรงใจ ไม่กล้าแสดงออกในความคิดเห็นของตนเอง
แต่หลังยุค SoN เป็นต้นมา คนไทยกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นออกมาในโลกออนไลน์ โดยในช่วงแรกๆ การพูดคุยยังคงละมุนละม่อม ถ่อยทีถ่อยอาศัย คุยกันด้วยเหตุ และผล
นานวันผ่านไปบนโลกเสมือนจริง โลกที่แค่ยกมือถือออกมา อ่าน แล้วพิมพ์ได้ในทันที สมองส่วนเหตุผลของเราเริ่มทำงานน้อยลง สมองส่วนสัญชาตญาณ(System 1) เริ่มเข้ามาทำงานในด่านหน้ามากขึ้น  จนกลายเป็นระบบอัตโนมัติ(Autopilot) ไปเสียแล้ว
ยุคนี้ เราพร้อมที่จะดึง “ผีร้าย” ภายในสมองของเราออกมาใช้งานได้อย่างง่ายดาย และโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว มีคนที่จิตใจไม่ดี อคติ และคิดลบเป็นธรรมชาติ ก็อาศัยกลไกของสมองนี้ เข้ามาเล่นกลกับสมองของพวกเรา จนในวันนึง เมื่อเราย้อนกลับมาอ่านในสิ่งที่เราเคยเมนท์ ไลค์ หรือแชร์ออกไปอย่างไม่ยั่งคิด เราก็อาจจะรู้สึกเวทนาในจิตใจของตัวเราเองในตอนนั้นเป็นอย่างมาก

แล้วกลไกอะไรที่ เพจผี ใช้ดึง ผีร้าย ออกมาจากสมองของเรา

มันประกอบด้วย 3 กลไกหลักๆ คือ

  1. เน้นดึงความเป็นฮีโร่ อยากเด่น อยากดัง ดูดี ออกมาจากสมองชั้นใน

  2. ปลุกผีร้าย ด้วย Priming effect

  3. ปิดสมองส่วนเหตุผล ด้วย Confirmation bias

Continue reading “โหดสุส…3 กลไกดึงผีร้ายออกมาจากสมองของคุณ”

ใช้ Facebook อย่างไร ในการสร้าง “นิสัยใหม่” ให้ลูกของคุณ

father-1633655_1920
บทสนทนายามเช้าระหว่าง ลูกชาย กับคุณพ่อ
พ่อ : โตขึ้น ลูกอยากเรียนอะไรอะครับ
ลูก : ผมอยากเรียนด้านโฆษณาอะครับพ่อ
พ่อ : ลูกคงชอบงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์อะดิ
ลูก : อ๋อ ป่าวอะครับ ผมชอบ “วิจารณ์” คนอื่นๆอะครับ มันสนุกดี
พ่อ : ??? แล้วทำไมถึงเรียนด้านโฆษณาอะครับ
ลูก : ก็ผมเห็นพ่อ วิจารณ์ ทุกคนบน Facebook อยู่ทุกวันเลยอะครับ ดูแล้วน่าสนุกดี ผมอยากทำได้แบบพ่ออะครับ
Continue reading “ใช้ Facebook อย่างไร ในการสร้าง “นิสัยใหม่” ให้ลูกของคุณ”

(ตอนที่ 2) ฝึกลูกอย่างไร ให้ชนะ Googling

“ในยุคนี้ที่จะหาอะไรก็ Googling ได้หมด คนที่จะอยู่รอดไม่ใช่คนที่รู้ทุกอย่าง เพราะในแต่ละวินาทีก็จะมีข้อมูลใหม่ทะลักเข้ามา ความรู้ที่เรามีก็จะกลายเป็นความรู้ทีล้าสมัย(Outdated) ได้ในทันที”

Continue reading “(ตอนที่ 2) ฝึกลูกอย่างไร ให้ชนะ Googling”

(ตอนที่ 1) ฝึกลูกอย่างไร ให้ชนะ Googling

จากการโหมกระหน่ำของข้อมูลข่าวสารอันมหาศาลในยุคปัจจุบันนี้ที่เรียกว่า IOKO(Information Overload Knowledge Overflow) ได้ส่งผลต่อการทำงานในหลายส่วนของสมอง และจิตใจของลูกเรา โดยเฉพาะในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นที่สมองส่วนที่ตอบสนองต่อการได้รางวัล(Reward system) มีความไวเป็นพิเศษ(Sensitive) และสมองส่วนนี้จะมีการหลั่งสารสื่อสมองที่เรียกว่า โดปามีน(Dopamine) เมื่อรู้สึกมีความสุข เคลิบเคลิ้มไปกับการได้รับการยอมรับ(จากยอด Like ที่สูง) ส่งผลให้วัยรุ่นในยุคนี้ มีสมาธิที่สั้น(Short attention span) และมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะซึมเศร้า(Depression) ได้ง่าย 
ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สมาธิที่สั้นลง เพราะมัวแต่มองหาสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์สุข เช่น รูปของตัวเองที่มียอดไลค์ที่สูง รวมไปถึง การที่สมองของเด็กยุคใหม่ถูกฝึกให้ตัดสินใจเร็วที่จะ “รีบเชื่อ” “รีบแชร์” และ “คอมเมนต์” ในเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นมาในแต่ละวัน เพราะไม่ต้องการที่จะตกกระแส(FOMO – Fear Of Missing Out) และการต้องการได้รับการยอมรับจากสังคม(Conformity) ล้วนส่งผลเสียต่อการทำงานของสมองของเด็กโดยไม่รู้ตัว
เนื่องจากการรีบตัดสินใจ “เชื่อ แชร์ และคอมเมนต์” นั้น ทำให้มีแต่การสร้างวงจรสมองส่วนเร็ว(Fast system)* ที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ และความเชื่อเป็นหลัก ในขณะที่สมองส่วนตรรกะ และเหตุผล ที่ทำงานได้ช้า แต่ทรงประสิทธิภาพมากกว่า(Slow System) ไม่มีโอกาสได้ทำงานเท่าไหร่นัก ซึ่งหลักการของสมองที่ได้รับการพิสูจน์แล้วก็คือ ยิ่งใช้สมองส่วนไหน สมองส่วนนั้นก็จะมีการเชื่อมโยงใหม่ๆเกิดขึ้นตลอด ทำให้สมองส่วนนั้นทำงานได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น จนถึงขั้นทำงานได้อย่างอัตโนมัติ(Autopilot) ในขณะที่สมองที่ไม่ค่อยได้ถูกใช้ ก็จะมีการเชื่อมโยงลดลงเรื่อยๆ ก็จะทำให้มีความยากลำบากในการใช้งานมากยิ่งขึ้นไป
**ซึ่งถ้าผู้ใดสนใจที่จะศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ระบบการคิดแบบเร็ว และช้า(Fast and Slow systems) สามารถที่จะอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ “Thinking, Fast and Slow” ของ Daniel Kahneman ผู้ได้รับรางวัลโนเบลปี 2002 สาขา  Nobel Memorial Prize in Economic Sciences
woman-3169680_1920.jpg
นั่นก็คือ Social medias ที่มีปริมาณข้อมูลมากมหาศาล(IOKO) ที่ผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีการเชื่อมโยงสมองในส่วนของความเชื่อ และอารมณ์(Fast system) เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่การใช้เหตุผลลดลง สมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับหลักการ และเหตุผล(Slow system) ก็มีการเชื่อมโยงที่ลดลงไปเรื่อยๆ สุดท้าย ก็จะส่งผลให้สังคมเรามีแต่เด็ก ที่ใช้แต่ความเชื่อ และอารมณ์ มากกว่าการใช้หลักการ และเหตุผลในที่สุด
ถ้าเรายังปล่อยไปแบบนี้ สุดท้าย เด็กเหล่านี้ก็จะคิดเองไม่เป็น เชื่อแต่การชี้นำของสังคม และคนรอบข้างเป็นหลัก ไม่สามารถที่จะคิดอะไรที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ได้เลย(Innovation) และพวกเค้าเหล่านั้น ก็จะต้องแพ้ต่อเทคโนโลยีที่มีแต่จะก้าวหน้าขึ้นอย่างก้าวกระโดดในแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ปัญญาประดิษฐ์(AI) และการค้นหาข้อมูลอันมหาศาลจากการ Googling ได้ในเสี้ยววินาที แต่พวกเค้ากลับไม่รู้ว่า ข้อมูลไหน จริง เท็จ หรือมีประโยชน์อะไรหรือไม่

question-mark-2492009_1920 (1).jpg

Continue reading “(ตอนที่ 1) ฝึกลูกอย่างไร ให้ชนะ Googling”